ลูวิส แฮมิลตัน ผู้ทำลายสถิติ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์

ลูวิส แฮมิลตัน ผู้ทำลายสถิติ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ ด้วยการคว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์

ลูวิส แฮมิลตัน เป็นชาวอังกฤษในนามของ นักแข่งรถสูตรหนึ่ง ที่ถือได้ว่าอายุน้อยที่สุดก็ว่าได้ โดยมีทีมแข่งรถชื่อดังที่เชิญชวนให้เขาเข้าร่วมทีมนั่นก็คือ ” แม็กลาเรนเมอร์เซเดส ” และได้คว้าชัยชนะมาได้ ชื่อของเขานั้น ถูกตั้งตามชื่อของนักวิ่งที่วิ่งในระยะสั้น ที่มีชื่อว่า คาร์ล ลูวิส

และในวัยอายุเพียง 10 ปีของเขาได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมทีม และได้เซ็นสัญญากับเมอร์เซเดส – เบนซ์และแม็กลาเรน สู่โครงการสนับสนุนผู้แข่งรถรุ่นใหม่ และหลังจากที่เขาได้ชนะการแข่งขัน Formula Three Euroseries, British Formula Renault Championship และ GP2 เขาก็เข้าสู่หนทางการเป็นนักแข่งรถมืออาชีพโดยทันที

โดยในปี 2007 เป็นครั้งแรกจากบอกเดนนิสที่เขาเข้าร่วมการแข่งรถสูตรหนึ่ง ในรอบ 12 ปีให้หลัง  และเนื่องจากที่เขาเป็นลูกครึ่งนั้น คนทั่วไปจึงมักเรียกเขาว่า ” นักแข่งรถสูตรหนึ่งที่มีผิวดำคนแรก ”  โดยที่ฤดูกาลแรกที่เขาแข่งรถสูตรหนึ่งนั้น เขาได้สร้างสถิติ จบลงด้วยตำแหน่งอันดับที่ 2 ในปี 2007 ของการแข่งรถสูตรหนึ่ง

และลูวิส แฮมิลตันยังเป็นแชมป์โลกในฤดูกาล 2007 Canadian Grand Prix อีกด้วย ซึ่งล่าสุดเขานั้นได้ทำลายสถิติของ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ ด้วยการคว้าแชมป์ สิงคโปร์กรังด์ปรีซ์ 2019

ซึ่งการทำลายสถิติของ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ ซึ่งก็เป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งเช่นกันนั้น นับเป็นนักแข่งรถ ที่ว่าด้วยเรื่องของการประสบความสำเร็จมากที่สุด และเขานั้นยังได้รับชัยชนะ ในการแข่งรถมากที่สุดอีกด้วย โดยเขานั้นยังทำรายได้สูงสุดถึง 80 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ แถมยังเป็นนักแข่งรถระดับโลก ที่คว้าแชมป์ 7 สมัยติดต่อกัน และมีหลายบริษัท ที่ต้องการจ้างเขาสวมหมวกนักแข่งรถ  โดยผู้คนต่างก็ให้ฉายา ขนานนามกับเขาว่า ” ไส้กรอกบิน ”

ลูวิส แฮมิลตัน และมิชชาเอล ชูมัคเคอร์ พวกเขาถือว่าเป็นคู่แข่งกันมาอย่างยาวนาน และเป็นครั้งแรกจาก 13 ปีให้หลัง ของลูวิส แฮมิลตัน โดยในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 92 ที่คว้าชัยชนะมาได้

การแข่งรถของเขานั้น ถือว่าก้าวกระโดดไปอีกขั้น และในฐานะของนักแข่งรถสูตรหนึ่ง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการคว้าชัยชนะในโปรตุเกส สำหรับการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ครั้งที่ 92 ด้วยเหตุนี้ ทำให้เขาขยับเข้าใกล้ตำแหน่งหมายเลข 7 ของแชมป์โลกอีกด้วย

ถือได้ว่าลูวิส แฮมิลตันนั้นเป็นนักแข่งรถ ที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์เพราะเขานั้น ได้เริ่มแข่งรถตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นเด็ก เขามาไกลมากจากการแข่งรถแชมป์ โกคาร์ทรุ่นเยาว์จนในปัจจุบันได้ล้มสถิติของแชมป์คนก่อนหน้านี้นั่นก็คือมิชชาเอล ชูมัคเคอร์ นั่นเอง

การต่อสู้ในสนามแข่งรถนั้น เขาต้องเจอกับความท้าทาย จากคู่แข่งหลายคนในสนามในช่วงแรก แต่เขาก็พยายาม จนสามารถควบคุมรถและได้ยึดตำแหน่งผู้นำในที่สุด นอกจากที่เขาจะต้องสู้กับคู่แข่งแล้ว เขาก็ยังต้องสู้กับการถูกเหยียดสีผิวในสังคมอีกด้วย แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ด้วยการคว้าชัยชนะในที่สุด

การได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ถือว่าเขานั้นได้ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าพ่อเขานั้นภูมิใจมาก ถึงขนาดที่ว่าหยิบกล้องของเขาเอง มาถ่ายภาพลูกชาย ขณะที่ขึ้นรับรางวัลบนแท่นด้วย เขาได้บอกเขาเป็นหนี้ให้กับทีม และกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เขาจะต้องจมอยู่กับสิ่งที่เขารัก และความฝันนั้นมันได้กลายเป็นจริง และคุ้มค่ากับการรอคอยอย่างมากเลยทีเดียว

ลูวิส แฮมิลตัน

สถิติผลงาน ที่มาของการเป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งของลูวิส แฮมิลตัน

  • คว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกในปี 2008 ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก
  • คว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2014 ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก
  • คว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2015 ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก
  • คว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 4 ในปี 2017 ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก
  • คว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 5 ในปี 2018 ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก
  • คว้าชัยชนะเป็นครั้งที่ 6 ในปี 2019 ในการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก สิงคโปร์กรังด์ปรีซ์ 2019

เป็นบุคคลที่ทำรอบได้เร็วที่สุด 38 รอบ สำหรับนักกีฬาอาชีพ ที่มีความใฝ่ฝันว่า ต้องชนะสักครั้งในการแข่งขันนั้น แต่สำหรับนักแข่งรถสูตรหนึ่งอย่าง ลูวิส แฮมิลตัน นั้นเขามาไกลกว่าคนอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะเขาพึ่งได้คว้าแชมป์สมัยที่ 6 สดๆร้อน ที่เขาได้ทะเยอทะยาน เพื่อที่จะได้ก้าวมาถึงในจุดๆนี้ จนล้มแชมป์ 7 สมัยได้

ซึ่งการเป็นแชมป์นี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขานั้นจะได้มา เพราะต้องมีความสามารถ แล้วยังต้องมีความกล้าด้วย ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียวก็จะชนะได้ ยังต้องมีทีมเวิร์ค ที่ต้องคอยเกื้อหนุนจุนเจือ และต้องวางแผน เพื่อให้ทีมขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี แบบไม่ต้องมีปัญหาติดขัดอันใด

นอกเหนือจากนี้ ก็ต้องพึ่งดวงกันด้วย ตลอดชีวิตที่เป็นนักแข่งรถมา เขานั้นอาจจะเคยผิดพลาดไปบ้าง แต่ก็ถือว่าความผิดพลาดของเขานั้น มีไม่มากนักถ้าเทียบกับนักแข่งรถคนอื่นๆ เขาอาจจะเป็นนักแข่งรถ ที่มาพร้อมกับดวงก็ได้ เพราะหลายครั้งที่เขาสามารถแซงคนอื่นได้ มันได้จังหวะที่เหมาะจนได้รับชนะมา

ก่อนที่เขาจะได้กลายมาเป็นนักแข่งรถ ที่มีชื่อเสียงที่โด่งดังมากขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาก็ต้องเคยผ่านความยากลำบากมาก่อน โดยที่ พ่อของเขานั้นต้องทำงานหนักในแต่ละวัน ต่างจากนักแข่งคนอื่น จุดที่เขาหลงใหล และอยากเป็นนักแข่งรถนั้น เริ่มต้นมาจากการเล่นรถบังคับวิทยุของเล่นนั่นเอง

แน่นอนว่า กีฬาราคาแพงอย่างการแข่งรถนั้น ต้องมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายอย่างมากมาย และมหาศาลแน่ๆ แต่พ่อของเขานั้น ก็พยายามที่จะให้เขาได้ไปแข่งรถ แม้ว่ารถของเขานั้น จะไม่ได้สภาพดีและสวยงาม แบบลูกนักแข่งรถบ้านคนรวยเหมือนคนอื่นๆ แต่ความทุ่มเทของเขา ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษตั้งแต่นั้นมา

แต่ด้วยความเป็นคนกตัญญู แม้ว่าเขาจะได้รับแชมป์โลกมาครอง แต่เขาก็กล่าวถึงพ่อ ที่เป็นผู้ให้ของเขาทุกครั้งที่ขึ้นแท่นรับรางวัล แต่นอกจากนี้แล้วอุปสรรคที่เขาต้องเจอ นั่นก็คือการถูกเหยียดสีผิว ทำให้หลายครั้งที่เขาถูกล้อเลียน และเหยียดหยาม

แต่อุปสรรคเหล่านั้น กลับเป็นแรงผลักดัน ที่ทำให้เขามีแรงสู้ในสนาม และฝ่าฟันอุปสรรคในสนามแข่ง ทำให้เขาเดือดดัน ไม่เป็นสองรองใครในสนามแข่งรถครั้งนี้ไปได้ และมันทำให้เขาเป็นแชมป์ในสนามเล็กๆ จนไต่เต้าไป จนถึงสนามใหญ่ๆ และได้รับชัยชนะในรายการแข่งระดับโลกในที่สุดนั่นเอง

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ Ufabet911 เว็บ แทงบอล ที่ดีที่สุด สมัครสมาชิก คลิก